สถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลต่อการทำธุรกิจ ปี 2561 | Money We Can

สถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลต่อการทำธุรกิจ ปี 2561

สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและนักธุรกิจ บางเรื่องอาจจะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ในขณะที่บางเรื่องก็อาจสร้างความเสี่ยงให้กับการประกอบธุรกิจไม่น้อย การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังจึงเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาธุรกิจประสบความสำเร็จได้

ปัจจัยภายในประเทศปี 2561

ปัจจัยความเสี่ยงที่เป็นผลกระทบโดยตรงต่อการทำธุรกิจ คือแนวโน้มปัจจัยที่เกิดภายในประเทศ

  • รายได้รวมของภาคการเกษตร ภาคการเกษตรคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ ปี 2560 รายได้รวมของภาคการเกษตรลดลง 4% ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะกำลังซื้ออ่อนแอ
  • การปรับลดพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรหันไปปลูกอื่น แม้ว่าปีนี้พืชเศรษฐกิจเช่นมันสำปะหลังจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่กลับไม่มีผลผลิต เพราะเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน
  • เทคโนโลยี นับว่าเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการทำธุรกิจ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามาบทบาทต่อภาคธุรกิจและมีอิทธิพลต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจอีกด้วย หากภาคธุรกิจมองเห็นโอกาสและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้จะนับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้เทคโนโลยีเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน แต่หากภาคธุรกิจมองข้ามผ่าน ไม่เรียนรู้ นั่นคือความเสี่ยงที่จะทำให้สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดได้ เห็นได้จากการเข้ามาของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร การบันเทิง และเทคโนโลยีด้านการเงิน ที่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เช่น Internet Banking และ Mobile Banking ทำให้คนทำธุรกรรมผ่านธนาคารน้อยลงแต่ทำผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น Smart Phone ก็ทำให้คนดูละครผ่านทีวีน้อยลง และหันไปดูผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น
  • ภัยธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่พึงระวัง เพราะจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม หรือภัยของแผ่นดินไหว แม้ว่าภัยธรรมชาติจะไม่ได้มีศูนย์กลางต้นกำเนิดที่ประเทศไทย แต่หากเกิดในประเทศใกล้เคียงก็จะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้ประเทศไทยได้เหมือนกัน ดังเช่นเหตุการสึนามิที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล
  • การเมืองของประเทศ เสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นใจจากนักลงทุนถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยเอง ซึ่งประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นเรื่องถกเถียงและเฝ้ารอกันอยู่ในปัจจุบันก็คือ ประเด็นของการเลือกตั้ง ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่คาดการณ์ว่าจะเป็นตัวดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับเข้าสู่ประเทศ
  • การเลือกประเภทธุรกิจลงทุน แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจทุกประเภทจะประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่เข้าข่ายมีความเสี่ยง ได้แก่ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ธุรกิจเหล็ก ธุรกิจโรงแรมต่ำกว่า 3 ดาว ธุรกิจกระดาษและสิ่งพิมพ์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติก

ปัจจัยภายนอก

แม้ว่าแนวโน้มปัจจัยอื่นๆ จากต่างประเทศจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ก็ส่งผลกระทบไม่น้อย ดังนั้นการจะทำธุรกิจก็ต้องมองภาพรวมของโลกด้วย โดยภาพรวมเหตุการณ์ของโลกปี 2560 ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้

  • เศรษฐกิจต่างประเทศ แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ดีขึ้น ทำให้เกิดผลดีภาคส่งออกของประเทศไทย ในทางกลับกันหากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ก็ส่งผลเสียต่อภาคส่งออกของประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน
  • อุปสงค์สินค้าทั่วโลก ด้วยที่ประเทศไทยยังพึ่งพาตลาดต่างประเทศ หากความต้องการสินค้าไทยลดลง ก็ทำให้ปริมาณการส่งออกต่ำลงด้วย เช่น ปริมาณข้าวส่งออกขยายตัวต่ำลงเพราะอุปสงค์ข้าวทั่วโลกลดลง และปริมาณน้ำตาลที่ทั่วโลกผลิตได้มากขึ้น ทำให้ราคาส่งออกน้ำตาลปรับตัวลดลง
  • การเมืองระหว่างประเทศ
    -   ภาวะการขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีภาวะความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีหรือความขัดแย้งในประเทศอาหรับ ส่งผลให้ต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ตลาดหุ้นผันผวนได้
    -   ความขัดแย้งในกลุ่มประเทศอาหรับ ส่งผลต่อราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จะส่งผลเชิงลบต่อหุ้นในเครือโภคภัณฑ์ ส่งผลกระทบต่อดัชนีประเทศไทยได้
    -   นโยบายผู้นำต่างประเทศ นโยบายทางการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เข้มงวดมากขึ้น เช่นการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ กฎหมายใหม่ที่เรียกเก็บกำไรสะสมในต่างประเทศของบริษัทสหรัฐ อาจจะทำให้บริษัทสหรัฐนำกำไรสะสมกลับเข้าประเทศ ปัจจัยทั้งสองทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น ทำให้เงินไหลออกจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยอยู่ด้วย ส่งผลให้ภาวะการจ้างงานน้อยลง การว่างงานเพิ่มขึ้น
    -   นโยบายการเข้มงวดในการปรับลดหนี้ และลดกำลังการผลิตส่วนเกินอย่างต่อเนื่องของประเทศจีน ส่งผลต่อการออกท่องเที่ยวนอกประเทศของนักท่องเที่ยวจีน หากนักท่องเที่ยวจีนลดลง ก็จะไปลดโอกาสการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาคการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยก็จะช้าลงไปอีก

ความเสี่ยงที่ว่ามานี้อาจจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งนี้ในฐานะผู้ประกอบการจึงควรเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ การวางแผนรับมือที่ดีพอจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากความเสี่ยงเหล่านี้ได้