CBDC (Central Bank Digital Currency) คืออะไร มีความเกี่ยวข้องอะไรกับประเทศไทย ?

by Donlaya C.
October 11th, 2021 • 5 minutes to read

CBDC ศัพท์ใหม่ที่ระยะนี้ได้ยินกันคุ้นหูมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงในโลกการเงินและนวัตกรรมทางการเงินที่คนยุคใหม่ต้องรู้! 

CBDC

ระบบ CBDC เป็นแนวคิดของการนำเอาเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์อย่าง Blockchain ที่มีความปลอดภัยและสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้งาน เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยลดบทบาทตัวกลางอย่างสถาบันการเงินที่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูง มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงิน

ระบบ CBDC คืออะไร

CBDC ย่อมาจากคำว่า Central Bank Digital Currency หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง” ซึ่งระบบ CBDC คือ ระบบที่ธนาคารกลางเป็นผู้มีบทบาทในการออกสกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ CDBC ก็คือ สกุลเงินดิจิทัลของรัฐเพราะผู้ออกเป็นธนาคารกลางของประเทศนั่นเอง 

CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง จะมีความแตกต่างจากคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin Ether หรือ Ripple ที่ออกโดยภาคเอกชน เนื่องจากเหรียญดิจิตอลจากภาพเอกชนจะมีมูลค่าผันผวนจากการใช้เพื่อเก็งกำไรจึงไม่เหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ ในขณะที่ CBDC จะมีเสถียรภาพมากกว่า

เหรียญ CBDC ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 

  1. Wholesale CBDC จะใช้สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงิน 
  2. Retail CBDC ใช้สำหรับธุรกรรมรายย่อยของภาคธุรกิจและประชาชน 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : หุ้น VS เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่  มีจุดที่เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

CBDC เกี่ยวข้องอะไรกับ ธนาคารแห่งปะเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งได้ริเริ่ม “โครงการอินทนนท์” ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ของการใช้ CBDC ในภาคสถาบันการเงิน การพัฒนา CBDC 

เรามี CBDC ไปทำไม

การออก CDBC ของภาครัฐนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เงินสกุลดังกล่าวถูกใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถรักษามูลค่า และเป็นหน่วยวัดทางบัญชีได้ 

เพราะปัจจุบันเหรียญดิจิตอลที่ออกโดยภาพเอกชนล้วนมีมูลค่าที่ผันผวนเนื่องมาจากการเก็งกำไร และยังยากที่จะใช้สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของเหรียญสกุลต่างๆ อีกด้วย 

ประเทศไทยจะได้ใช้ ระบบ CBDC ได้เมื่อไหร่

การพัฒนาเงินดิจิทัลสำหรับประชาชนซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐ ถือเป็นเรื่องใหญ่และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลที่ครบถ้วน การวางโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสียสเถียรภาพทางการเงิน รวมถึงการพิจารณาถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้การพัฒนาเงินดิจิตอลหรือ CBDC ยังไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับธนาคารแห่งประเทศไทยแต่ฝ่ายเดียว แต่ยังรวมไปถึงความพร้อมของภาครัฐอื่นๆ และภาคธุรกิจเอกชนด้วย 

แม้จะยังไม่มีวันและเวลาออกมากำหนดแน่ชัดว่า เมื่อไหร่ประเทศไทยจะได้ใช้สกุลเหรียญดิจิตอลของธนาคารกลาง แต่ก็มั่นใจได้ว่าอีกไม่นานเกินรอ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยเองได้เริ่มดำเนินพัฒนาและก่อตั้ง “โครงการอินทนนท์” ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ของการใช้ CBDC ในภาคสถาบันการเงิน รวมถึงมีการทดลองการโอนเงินข้ามประเทศร่วมกับธนาคารกลางฮ่องกง ซึ่งผลการทดสอบและองค์ความรู้ในการทำโครงการฯ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาเงินสกุลดิจิทัลของไทยในอนาคตที่ต้องให้ความสำคัญต่อเสถียรภาพการเงินและการสร้างนวัตกรรมที่สนับสนุนภาคธุรกิจเอกชน 

ข้อดี-ข้อเสีย ของระบบ CBDC มีอะไรบ้าง

แนวคิดเหรียญดิจิทัลภาครัฐหรือ CBDC มีผลดีหรือผลเสียอย่างไหร่? Stake holder อย่างเราควรรู้อะไรบ้าง? 

ข้อดีของ CBDC

  • การใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเข้ามาช่วยพัฒนาสกุลเงินอย่าง CDBC ช่วยให้ภาครัฐและเอกชนเช่น ธนาคาร ลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินให้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างครอบคลุม
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบการชำระเงินและเพิ่มการแข่งขันในภาคธุรกิจ
  • ช่วยส่งเสริมนโยบายการเงิน ควบคู่ไปกันการออกสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ ของภาคเอกชน

ข้อเสียของ CBDC

  • อาจทำให้ประชาชนย้ายเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์มาถือ CBDC แทน
  • CBDC อาจมีต้นทุนสูงมากสำหรับธนาคารกลาง
  • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานในภาวะวิกฤต เช่น การถูกโจมตีทางไซเบอร์
  • ความเสี่ยงด้านเครดิต

สำหรับใครที่ยังคิดว่าสกุลเงินดิจิทัลอาจเป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไป วันนี้คงรู้แล้วว่าโอกาสของการเปลี่ยนผ่านจากเงิน Fiat หรือเงินที่เราใช้อยู่ทั่วไป มาเป็นเงินสกุลดิจิทัลด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีนั้นใกล้เข้ามาทุกที รีบศึกษากันไว้ตอนนี้ยังไม่สายน้า!!

SHARE
58
SHARES