หุ้นพื้นฐานดี คืออะไร มีลักษณะเป็นแบบไหน พร้อมบอกวิธีดูก่อนตัดสินใจลงทุน

by Donlaya C.
June 25th, 2021 • 6 minutes to read

หุ้นพื้นฐานดี

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าใครๆ ก็อยากที่จะลงทุน “ หุ้นพื้นฐานดี ” ซึ่งในการเลือกหุ้นที่มีความแข็งแกร่งรอบด้าน มีปันผลสม่ำเสมอนั้นไม่จำเป็นที่ต้องเป็นหุ้นใหญ่พื้นฐานดีเท่านั้น แต่หุ้นเล็กพื้นฐานดี ราคาถูกก็มีเยอะแยะไป คำถามก็คือ นักลงทุนจะใช้เทคนิคและวิธีเลือกหุ้นอย่างไรให้ได้หุ้นพื้นฐานดีๆ ไปลงทุน ในบทความนี้ Moneywecan มีคำแนะนำมาฝากค่ะ

หุ้นพื้นฐานดี คืออะไร

หุ้นพื้นฐานดี คือ หุ้นที่แข็งแกร่ง หุ้นลักษณะนีมักไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด หรือไม่ค่อยมีความผันผวนแม้เกิดปัจจัยต่างๆ เช่น เศรษฐกิจแย่ ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนในระยะสั้นๆ เป็นต้น 

หุ้นพื้นฐานดีนอกจากจะมีความแข็งแกร่งและน่าลงทุนสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังเงินปันผลแล้ว ยังมีข้อดีตรงที่นักลงทุนไม่ต้องคอยกังวลกับความผันผวนของราคาหุ้นดังกล่าวอีกด้วย โดยหุ้นพื้นฐานดี ไม่ได้หมายความถึงหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทเล็กๆ ที่มีลักษณะเข้าเกณฑ์เป็นหุ้นพื้นฐานดีซึ่งจะว่าต่อไปในบทความนี้ 

หุ้นพื้นฐานดี ปันผลสม่ำเสมอ มีลักษณะเป็นแบบไหน

หุ้นพื้นฐานดีที่มีปันผลสม่ำเสมอ สามารถดูได้จาก 4 ปัจจัยหลักๆ คือ

1.หุ้นพื้นฐานดีต้องมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนแรกในการพิจารณาหุ้นพื้นฐานดีที่มีแนวโน้มจะมีเงินปันผลให้นักลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่บริษัทต้องมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงจะสามารถคาดการณ์ผลตอบแทนต่อเนื่องในระยะยาวๆ ได้นั่นเอง

2.หุ้นพื้นฐานดีต้องมีกำไร มากกว่าขาดทุน 

แน่นอนว่าหากบริษัททำกำไรไม่ได้อย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นการขาดทุนสะสมมาเรื่อยๆ ก็ย่อมที่จะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้นั่นเอง 

3.หุ้นพื้นฐานดีต้องมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อความผันผวนเศรษฐกิจและตลาดหุ้น 

ในการลงทุนระยะยาวนักลงทุนจำเป็นต้องมองให้เห็นภาพอนาคตการเติบโตของบริษัทและความสามารถในการอยู่รอดจากวิกฤตต่างๆ ที่ทุกๆ ธุรกิจต้องเจอ ยิ่งบริษัทที่เลือกลงทุนมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน ผลตอบแทนที่คาดการณ์ไว้ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น

4.มีนโยบายจ่ายเงินปันผล 

เงินปันผล จะจ่ายหรือไม่จ่ายล้วนแล้วเป็นนโยบายบริษัททั้งสิ้น ผู้ลงทุนรายย่อยไม่อาจบีบบังคับให้บริษัทที่ลงทุนจ่ายเงินปันผลออกมาทุกปีได้ บางบริษัทมีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผลออกมาชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ซึ่งเป็นบริษัทของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้โด่งดัง ที่เชื่อว่าผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการสามารถนำไปลงทุนต่อเพื่อสร้างการเติบโตที่ก้าวกระโดดของบริษัทได้ทุกปี ซึ่งก็เป็นผลดีแก่ผู้ถือหุ้นเช่นกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนสามารถย้อนไปดูการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่สนใจย้อนหลังเพื่อประเมิณแนวโน้มและการจ่ายเงินปันผลในอดีตของบริษัทเพื่อคาดการณ์ผลตอบแทนในการลงทุนได้ 

คลิกอ่านบทความเพิ่มเติม :

ทำไมใครๆ ก็อยากลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก

  • หุ้นพื้นฐานดีมีความมั่งคงและแข็งแกร่ง
  • ไม่ต้องคอยกังวลเมื่อเกิดภาวะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ หรือความผันผวนของตลาดหุ้นในระยะสั้น
  • หุ้นพื้นฐานดีเหมาะกับผู้ลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมออย่างเงินปันผล 
  • หุ้นพื้นฐานดีเหมาะกับผู้ลงทุนระยะยาวที่ต้องการผลตอบแทนก้อนโตในอนาคตจากการเติบโตของหุ้นพื้นฐานดี 
  • การซื้อหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูกก็เหมือนกับการได้ของดีในราคาที่ไม่แพง 
  • ไม่ต้องคอยเฝ้าตลาดเหมือนการเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรระยะสั้น
  • หุ้นที่มีพื้นฐานดี มีความเสี่ยงต่ำกว่า

แนะนำวิธีดูหุ้นพื้นฐานดี แบบที่ลงทุนตามได้จริงๆ

1.ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัท 

หุ้นพื้นฐานดีมักมีคุณลักษณะ ดังนี้

  • เป็นธุรกิจมีความได้เปรียบด้านการแข่งขัน อาจเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือเป็นบริษัทที่มีสินค้า หรือบริการที่ไม่ค่อยมีอะไรสามารถมาทดแทนได้ 
  • กิจการมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่ดีควรมียอดขายหรือรายได้เติบโตต่อเนื่อง 3 – 5 ปี
  • มีผลกำไรสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามหากบริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนในบางปีก็ต้องไปเจาะลึกดูในงบการเงินว่า ถ้าเป็นการขาดทุนอันเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างที่ช่วยให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว ก็ถือว่าเป็นการขาดทุนที่ก่อให้ประโยชน์ซึ่งต้องดูเป็นกรณีๆ ไป  
  • หนี้สินไม่เยอะ ซึ่งต้องบอกว่าการมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในการทำธุรกิจแต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ การมีหนี้ระยะยาวมากเกินไป
  • กำไรสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสะท้อนความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ได้ 
  • มีสภาพคล่องดี 
  • ผู้บริหารโปร่งใส มีธรรมาภิบาลในการบริหารธุรกิจ

2.อ่านงบการเงินของกิจการ 

งบการเงินเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณเจาะลึกไปถึงไส้ในของการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ปัจจัยพื้นฐานเป็นเพียงข้อมูลเชิงคุณภาพและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือข้อมูลเชิงปริมาณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 

  • ผลกำไร-ขาดทุน รายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ (งบกำไรขาดทุน)
  • โครงสร้างของบริษัทซึ่งแบ่งเป็น ทรัพย์สิน หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (งบแสดงฐานะทางการเงินหรืองบดุล)
  • การเจาะลึกและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระแสเงินสดรับ-จ่ายของกิจการ (งบกระแสเงินสด)

ซึ่งการวิเคราะห์ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ถือเป็นหัวใจที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีได้นั่นเอง

3.รู้จักวิธีประเมินมูลค่าหุ้น 

เป็นการเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาด ณ ปัจจุบัน กับมูลค่าที่แท้จริงที่ได้จากการประเมิน เพื่อพิจารณาว่าจะตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากขึ้นด้วย โดยวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นก็มีหลายวิธีอย่างวิธีที่นิยมที่สุด คือ การประเมินมูลค่าหุ้นจาก P/E หรือ Price/Earning Per Share เป็นต้น

ในการเฟ้นหาหุ้นพื้นฐานดี นักลงทุนอาจต้องทุ่มเทเวลามากทีเดียวในการคัดเลือกหุ้นดีๆ สักตัวมาครอบครอง แต่ถ้าหากทำได้ก็บอกเลยว่าคุ้มค่ากับแรงและเวลาที่เสียไปแน่นอน เพราะหุ้นพื้นฐานดีความเสี่ยงมักต่ำกว่า แถมไม่ต้องปวดหัวเวลาตลาดหุ้นมีความผันผวนในระยะสั้นๆ ด้วย เหมาะกับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นแล้วถือยาว คาดหวังเงินปันผลที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจแบบไหนก็ไม่มีหวั่นไหวแน่นอน 

SHARE
54
SHARES