กองทุนรวมผสม คืออะไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง กองทุนผสมตัวไหนดี น่าสนใจปี 2563

by Donlaya C.
May 25th, 2020 • 4 minutes to read

กองทุนรวมผสม

กองทุนรวมผสม เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่แบ่งประเภทตามนโยบายการลงทุนตามมาตรฐานของสำนักงาน ก.ล.ต. กองทุนผสม เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นการนำเงินไปให้มืออาชีพด้านการลงทุน ช่วยเราในการบริหารเงินให้มีโอกาสงอกเงยต่อยอดการเงินของเราที่มีอยู่ เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง ซึ่งกองทุนรวมผสม จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ไปเจาะลึกกันได้ในบทความนี้เลย 

กองทุนรวมผสม คืออะไร

กองทุนผสม คือ รูปแบบกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งนโยบายดังกล่าวก็เพื่อการลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นและเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในเวลาเดียวกัน 

กองทุนรวมผสม หรือ Mixed Fund  สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท โดยแบ่งตามกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่จะแจ้งไว้ในหนังสือชี้ชวน ได้แก่

1.กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) 

เป็นกองทุนรวมผสมแบบที่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทั้งสองชนิดไว้อย่างชัดเจน โดยจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน หรือ “หุ้น” ไว้ไม่เกิน 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมนั้น ซึ่งกองทุนรวมผสมประเภทนี้

2.กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Portfolio Fund) 

เป็นกองทุนรวมผสมประเภทที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนของการลงทุนในตราสารทั้งสองประเภท การจัดสรรเงินลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงทุนของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ 

ข้อดีของกองทุนผสม

1.ผลตอบแทนดีกว่า – ด้วยนโยบายการลงทุนที่สามารถลงทุนได้ทั้งใน ตราสารหนี้ และตราสารทุน หรือหุ้นนั้น ทำให้นักลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว และยังมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นแบบเต็มตัว 

อ่านเพิ่มเติม : รู้ก่อนได้เปรียบกว่า กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร ผลตอบแทนดีหรือไม่ต้องอ่าน !

2.ช่วยลดความเสี่ยง ความผันผวน – การลงทุนแบบกองทุนผสม ที่ผสมผสานการลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ในลักษณะนี้ก็เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านความผันผวนจากการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งได้

3.ช่วยกระจายการลงทุน – เนื่องจากกองทุนรวมผสมจะกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในช่วงตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น และในทางกลับกันเมื่ออยู่ในภาวะตลาดหุ้นขาลง ก็ยังมีตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ คอยค้ำจุนไม่ให้ผลตอบแทนลดลง

กองทุนรวมผสมตัวไหนดี

มาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนน่าจะอยากรู้แล้วว่า ถ้าจะลงทุนในกองทุนรวมผสม มีกองไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเล้ยยยย

1.กองทุนรวมผสมไทยพาณิชย์สมาร์ทแพลน 4 (SCBSMART4)

กองทุนรวมผสมจากไทยพาณิชย์ที่ได้รับ Overall Rating 5 ดาว จาก MorningStar ประเภท Thailand Fund Moderate Allocation (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 63) เป็นกองทุนเปิดที่กระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่หลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ  มีนโยบายการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในในตราสารทุนไม่เกิน ร้อยละ 43 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งการลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 36 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มีนโยบายการจ่ายปันผล ระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับกลาง-สูง หรือระดับ 5

2.กองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุน ระยะสั้น (TMBAASF)  

กองทุนนี้เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น หรือประมาณ 2- 3 ปี มีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน คือ มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด  

3.กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)

กองทุนรวมที่กำลังมีความน่าสนใจจาก บลจ.บัวหลวง เหมาะกับผู้ลงทุนที่อยู่ในวัยเกษียณอายุที่ต้องการมีเงินใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ มีความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนทั่วไปก็สามารถลงทุนในกองทุนนี้ได้เช่นกัน สัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมนี้แบ่งเป็นตราสารทุนในประเทศ ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน การลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

4.กองทุนเปิดเค ไลฟ์สไตล์ 2500 (K-2500)

กองทุนรวมผสมแบบกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารแห่งทุน โดยจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เหมาะกับนักลงทุนที่สามารถลงทุนในระยะยาวตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป ไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุนคือ 500 บาท

5.กองทุนเปิดกรุงศรีมิกซ์ 2TM (KFMX2TM)

ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกในประเทศ ทั้งภาครัฐ เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้เอกชน เน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลดี จำกัดการลงทุนในหุ้นที่ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ SPDR Gold Trust เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป

เอาล่ะ Moneywecan จัดลิสรวบรวมรายชื่อ กองทุนรวมผสม ที่น่าสนใจมาให้ที่นี่แล้ว ส่วนกองไหน จะเหมาะกับใคร อย่าลืมเข้าไปศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายเพิ่มเติมของกองทุนรวมผสมในหนังสือชี้ชวนกันก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนกันด้วยนะ !

SHARE
52
SHARES