ROE [ Return On Equity ] คืออะไร หุ้น ROE ยิ่งสูงยิ่งดีจริงไหม?

by Donlaya C.
September 23rd, 2021 • 5 minutes to read

ROE คืออะไร

ROE หมายถึง อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น โดย ROE หุ้น คือ ตัวเลขที่จะช่วยให้นักลงทุนใช้ประเมินความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และประเมินผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับหากลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้นๆ เป็นการวัดประสิทธิภาพส่วนของผู้ถือหุ้นว่าให้ผลตอบแทนเท่าไร

วิธีคำนวณค่า ROE ทำอย่างไร

ROE หรือ Return on Equity คือ อัตราส่วนระหว่างกำไรสุทธิ (Net Profit) กับส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) โดยใช้บ่งบอกว่า บริษัทที่เราสนใจจะลงทุนในหุ้นมีความสามารถในการทำกำไรสุทธิคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเงินทุนของบริษัท มีสูตรการคำนวณ ดังนี้

ROE = (กำไรสุทธิของกิจการ / ส่วนของผู้ถือหุ้น) × 100

ค่า ROE สูง-ต่ำ หมายความว่าอะไร

ค่า ROE สูง

การคำนวณค่า ROE สูง หมายความว่า บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้มากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเงินทุนของบริษัท หรือหากเปรียบเทียบหุ้นที่มี ROE สูง ย่อมดีกว่าหุ้นที่มี ROE ต่ำ เพราะสามารถสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้มากกว่าอีกบริษัทนั่นเอง สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และความมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนได้ดีมากกว่า สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่า

คลิกอ่านเพิ่มเติม : หุ้นปันผล คืออะไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง บอกเลยว่าเจ๋งกว่าที่คุณคิด ก่อนลงทุนต้องอ่านจริงๆ

ค่า ROE ต่ำ

ค่า ROE ต่ำ สะท้อนให้นักลงทุนเห็นว่า บริษัทอาจมีความสามารถต่ำ หรือประสบกับปัญหาอะไรที่ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับเงินทุน ของบริษัท ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ROE ต่ำ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ถือหุ้นอาจไม่ได้รับผลตอบแทนสูงเท่าเมื่อเทียบกับหุ้น ROE สูงนั่นเอง  

ค่า ROE สูงจะดีเสมอไปไหม

ค่า ROE หรือ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้นๆ ซึ่งบางครั้งค่า ROE ที่สูงๆ ก็ไม่ใช่ข้อดีเสมอไป เพราะหากพิจารณาไปถึงข้อมูลอื่น ๆ ของกิจการแล้วพบว่า บริษัทมีหนี้สินมาก ซึ่งถือเป็นการ Leverage ส่วนของผู้ถือหุ้นหรือทุน ทำให้เมื่อคำนวณออกมาแล้วอัตราส่วน ROE อาจมีค่าสูง ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องประเมินความเสี่ยงของกิจการในแง่อื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ทำความรู้จัก ‘ หุ้นไม่ปันผล ’ คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในรูปแบบนี้อย่างไรบ้าง

สามารถดูค่า ROE ได้จากที่ไหนบ้าง

ในการคำนวณหาค่า ROE นักลงทุนจะต้องใช้ข้อมูลในงบการเงินของบริษัทนั้นๆ ในส่วนของยอด กำไรสุทธิ (Net Profit) กับ ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) ซึ่งนักลงทุนก็สามารถเข้าไปเอาข้อมูลมาวิเคราหะ์ได้จาก www.set.or.th โดยเลือกข้อมูลบริษัทหลักทรัพย์ และตามด้วยหัวข้อ งบการเงินและผลประกอบการ 

ซึ่งในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์นี่เองจะมี อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ อย่าง ROE(%) คำนวณไว้ให้อยู่แล้วด้วย ช่วยให้ง่ายต่อการนำข้อมูลมาวิเคราะห์   

ค่า ROE และ ค่า ROCE แตกต่างกันอย่างไร

นอกจากอัตราส่วนทางการเงินอย่าง ROE จะเป็นที่นิยมใช้วิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุนของนักลงทุนแล้ว ยังมีอัตราส่วนที่ชื่อคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียวอย่าง ROCE เป็นอีกหนึ่งอัตราส่วนที่นักลงทุนสามารถนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์หุ้นสำหรับลงทุน

โดย ROCE หรือ Return On Common Equity คือ อัตราส่วนทางการเงินของ กำไรสุทธิ (Net Profit) กับมูลค่าของ หุ้นสามัญ (Common Stock) ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าบริษัทที่สนใจสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอัตราร้อยละเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับมูลค่าของหุ้นสามัญ

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ค่า ROCE จะสะท้อนให้นักลงทุนเห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการนำเงินทุนจากหุ้นสามัญไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือสามารถนำเอาไปทำกำไรได้ดีแค่ไหน คุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่ นั่นเอง 

ROCE จะคำนวณได้จาก

ROCE = EBIT/ (Total Assets – Current Liabilities)

แน่นอนว่าในการวิเคราะห์หุ้นสักตัวเพื่อลงทุน นักลงทุนต้องใช้ข้อมูลจากหลายๆ ปัจจัยทั้งข้อมูลเชิงปริมาณอย่างอัตราส่วน ROE ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญในการใช้วิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึงข้อมูลเชิงคุณภาพไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและสภาพแวดล้อมต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่นักลงทนกำลังสนใจลงทุน ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถพิจารณาเกี่ยวกับหุ้นได้แม่นยำมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการลงทุนไปได้มากขึ้นด้วยนั่นเอง 

SHARE
54
SHARES