ROA [ Return On Assets ] คืออะไร และมีวิธีคำนวณค่า ROA ที่ถูกต้อง แม่นยำอย่างไรบ้าง

by Donlaya C.
September 24th, 2021 • 5 minutes to read

ROA หรือ Return on Asset เป็นอีกหนึ่งอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่ใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาความสามารถ และความน่าสนใจของหุ้นในการลงทุน ซึ่งอัตราส่วนทางการเงินถือเป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้วิเคราะห์เกี่ยวกับกิจการที่สนใจจะเลือกลงทุนได้อย่างแม่นยำขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาควบคู่กับข้อมูลเชิงคุณภาพอื่น ๆ 

ROA [ Return On Assets ] คืออะไร

ROA คือ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ROA หรือ Return On Asset เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์เพื่อวัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทนั้นๆ ได้ว่าสามารถสร้างผลกำไรได้กี่เปอร์เซ็นต์จากสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี ซึ่งสินทรัพย์ก็รวมไปถึง ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ฯลฯ

ในขณะที่ ROE เป็นการคำนวณผลตอบแทนจาก ทุน หรือ ส่วนของเจ้าของ เพื่อที่จะหาผลตอบแทนต่อส่วนทุนที่บริษัทได้ลงทุนไป นั่นเอง 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : เลือกไม่ได้ต้องอ่าน ! จดห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) หรือ บริษัทจำกัด แบบไหนดีกว่ากัน ?

ค่า ROA สามารถบอกอะไรได้บ้าง

ROA เหมาะที่จะใช้วิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถของบริษัทต่างๆ ที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกัน หรือเหมาะที่จะใช้เปรียบเทียบ ROA ของบริษัทหนึ่งๆ กับ ROA เฉลี่ยของอุตสาหกรรมนั้นนั่นเอง 

ROA เป็นอัตราส่วนที่จะบอกความสามารถในการทำกำไรสุทธิจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ในมือของบริษัทนั้นๆ โดยเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ยิ่งค่า ROA ยิ่งมีมากเท่าไรก็ยิ่งดี

หากมีบริษัทหลายตัวที่สนใจลงทุนอยู่ นักลงทุนอาจเบนความสนใจไปวิเคราะห์หุ้นที่มีอัตราส่วน ROA สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างบริษัท หรือบริษัทที่มี ROA สูงโดดเด่นที่สุดในบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ธุรกิจ กิจการเจ้าของคนเดียว คืออะไร มีรูปแบบลักษณะเป็นอย่างไร พร้อมบอกข้อดีแบบที่คาดไม่ถึง !

วิธีคำนวณค่า ROA ทำอย่างไร

อัตราส่วน ROA สามารถคำนวณได้โดย เอากำไรสุทธิของบริษัท หารด้วยสินทรัพย์รวมของบริษัท 

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ = EBIT x 100 / รวมสินทรัพย์ (เฉลี่ย) มีหน่วยเป็น %

EBIT คือ (Earnings Before Interest Tax) คือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี หรือมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) สามารถใช้วัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทโดยไม่คำนึงถึง ภาษี และ ต้นทุนของเงินทุน (Cost of Capital) ได้ และ

สินทรัพย์ของบริษัท (Asset) คือ ส่วนของเจ้าของหรือส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) รวมถึงหนี้สิ้น (Debt) ของบริษัทนั่นเอง

ค่า ROA สูง-ต่ำ บอกอะไรได้บ้าง

ในการวิเคราะห์ ROA มักใช้เปรียบเทียบ ROA ระหว่างบริษัทหนึ่งกับอีกบริษัทหนึ่ง หรือใช้เปรียบเทียบบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับ กับค่าเฉลี่ยน ROA ของอุตสาหกรรมนั้นๆ โดย

ค่า ROA สูง

ค่า ROA สูง หรือ ROA มากกว่า 0 หมายความว่า บริษัทสามารถสร้างกำไรสุทธิจากสินทรัพย์ได้ หรือวิเคราะห์ได้ว่าบริษัทที่มีค่า ROA สูงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน มีประสิทธิภาพมากกว่าในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของบริษัทให้เกิดรายได้ขึ้นได้ 

ค่า ROA ต่ำ

ROA ต่ำ หรือถ้าคำนวนออกมาได้น้อยกว่า 0 หมายความว่า บริษัทไม่สามารถสร้างกำไรสุทธิจากสินทรัพย์ได้ อาจทำให้นักลงทุนเกิดความสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งไม่มีความสามารถในการทำให้ก่อให้เกิดรายได้ขึ้นได้นั่นเอง 

ROA เท่าไหร่ถึงจะดี

ข้อควรระวังในการเปรียบเทียบ ROA ระหว่างบริษัทต่างๆ เพื่อตัดสินใจเลือกหุ้นของบริษัทนั้นๆ มาลงทุน คือ ROA จะสะท้อนความเป็นจริงเทื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างบริษัทที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันหรือเปรียบเทียบกับ ROA เฉลี่ยของอุตสาหกรรมนั้น นั่นก็เป็นเพราะโครงสร้างของบริษัทในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นมีความแตกต่างกัน 

ยิ่ง ROA สูงบ่งบอกว่าบริษัทสามารถนำสินทรัพย์ไปสร้างกำไรสุทธิได้มาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของบริษัทในการนำสินทรัพย์ไปลงทุน และสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่านั่นเอง

ค่า ROA กับ ค่า ROE แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ค่า ROA กับ ROE มีความแตกต่างกันตรงที่ ROA เป็นอัตราส่วนผลตอบแทนที่บริษัทสามารถทำได้เป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี

ในขณะที่ ROE เป็นการประเมิณผลตอบแทนที่บริษัทสามารถทำได้เป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากส่วนของเจ้าของ หรือส่วนทุน (Equity) ทั้งหมดที่มี

SHARE
47
SHARES