แนวรับแนวต้าน คืออะไร มีประโยชน์ยังไงกับการเล่นหุ้น ?

by Donlaya C.
August 6th, 2021 • 6 minutes to read

แนวรับแนวต้าน เป็นศัพท์ยอดฮิตที่เมื่อเข้ามาลงทุนในหุ้นแล้วคุณต้องเคยได้ยินกันอย่างแน่นอน ซึ่งนักลงทุนมือฉมังก็ใช้ การวิเคราะห์แนวรับ-แนวต้าน เป็นหนึ่งปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจลงทุน และวันนี้เราจะไปดูกันว่าจริงๆ แล้ว แนวรับ แนวต้านคืออะไร มีประโยชน์ต่อนักลงทุนมากแค่ไหน… ไปดูกันเลย

แนวรับแนวต้าน คืออะไร

แนวรับ คือ ระดับราคาหุ้นที่มีคนต้องการซื้อ แนวรับหรือ Support หมายถึงราคาต่ำสุดของราคาที่เป็นไปได้และคาดว่าจะเป็นราคาที่คนต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้มีแนวโน้มที่ราคาจากที่ปรับตัวลง จะกลับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

แนวต้าน คือ ระดับของราคาหุ้นที่มีคนต้องการขาย ในทางกลับการ แนวต้านหรือ Resistance เป็นราคาสูงสุดที่เป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะสามารถทำได้ ซึ่งนักลงทุนมองว่ากราฟราคาของหุ้นตัวนี้จะไม่สูงไปกว่านี้ได้ (อ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลัง) ซึ่งหากราคาหุ้นขึ้นไปถึงแนวต้านนี้ ก็มีแนวโน้มที่หุ้นจะกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลงได้   

พูดง่ายๆ ก็คือถ้าราคาหุ้นเข้าใกล้แนวรับหรือแนวต้านมากๆ ก็มีโอกาสที่จะกลับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามนั่นเอง 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : How To ! เป็นนักเล่นหุ้นมือทอง ด้วยการคำนวณ “ หุ้นขาขึ้น ”

ประโยชน์ของการรู้เรื่องเส้น แนวรับแนวต้าน คืออะไร

  • แนวรับ แนวต้าน ช่วยให้นักลงทุนวิเคราะห์หาจังหวะในการเข้าลงทุน หรือขายเพื่อทำกำไร
  • ช่วยนักลงทุนในการใช้วิเคราะห์เรื่องความผันผวนของราคาในตลาดหุ้น โดยที่ใช้แนวรับ แนวต้านเป็นโซนหรือเป็นกรอบในการชี้วัดการขึ้นลงของราคาหุ้นตัวนั้นๆ 
  • ใช้แนวรับ แนวต้านวิเคราะห์คู่กับอิดิเคเตอร์หรือตัวชี้วัดอื่นๆ ในการหาจังหวะลงทุนหรือขายหุ้นเพื่อทำกำไร 

รูปแบบของแนวรับแนวต้าน มีอะไรบ้าง

รูปแบบกราฟแนวรับ-แนวต้านที่นักลงทุนแนวเทคนิคอลใช้พิจารณามีด้วยกันหลักๆ  5 รูปแบบ ได้แก่

1.จุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดก่อนหน้า (Previous High & Previous Low)

แนวรับ แนวต้านเป็นการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาอย่างหนึ่ง โดยรูปแบบกราฟแนวรับแนวต้านจากจุดต่ำสูงสุดไปยังจัดต่ำสุดจะช่วยบ่งบอกการเคลื่อนที่ของราคาในอดีต โดยจะช่วยให้นักลงทุนสามารถพิจารณาแนวต้านจากจุดสูงสุดของราคาก่อนหน้า และแนวรับด้วยจุดต่ำสุดของราคาก่อนหน้าได้นั่นเอง

2.เส้นแนวโน้ม เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Trend Line, Moving Average)

รูปแบบกราฟที่ใช้เส้น Trendline พิจารณาแนวโน้มของราคาหุ้นว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง  ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยหรือ MA เป็นดัชนีชี้วัด (Indicators) ประเภทหนึ่ง ซึ่งหากสามารถเลือกค่าตัวแปรที่เหมาะสมของเส้นค่าเฉลี่ยสำหรับหุ้นแต่ละตัวได้ เมื่อราคาเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เส้นค่าเฉลี่ยนั้น ๆ จะสามารถพิจารณาให้เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้  

3.ระดับราคาที่มีการเคลื่อนที่ในแนวราบ (Horizontal Consolidation Region)

กราฟแนวรับแนวต้านที่แสดงรูปแบบของระดับราคาที่มีการเคลื่อนที่ในแนวราบ เป็นกราฟที่มีการซื้อขายกันในช่วงราคาแคบ ๆ แต่กินระยะเวลานาน จึงสามารวิเคราะห์ออกมาได้ว่าในอดีตน่าจะมีคนจำนวนมากที่เคยซื้อ หรือเคยขายหุ้นในราคานี้เป็นจำนวนมาก

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ความเสี่ยงในการเล่นหุ้น มีอะไรบ้าง ก่อนลงทุนรีบเช็คด่วน ! ว่ารับได้หรือไม่

4.ตัวเลขกลม ๆ (Round Number)

เป็นการตั้งสมมุติฐานที่ว่า คนส่วนมากมักซื้อหุ้นที่ราคาตัวเลขกลมๆ จึงมีนัยสำคัญใช้พิจารณาเป็นแนวรับ-แนวต้านเชิงจิตวิทยาด้วยเช่นกัน

5.สัดส่วน Fibonacci (Fibonacci Ratio)

เป็นวิธีการหาราคาที่เป็นแนวรับ-แนวต้าน ที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลตามหลักจิตวิทยาได้ จึงได้มีการสร้างเครื่องมือ Fibonacci Ratio ขึ้นมาให้ใช้ในการวิเคราะห์กราฟนั่นเอง   

วิธีดูแนวรับแนวต้าน ดูกันยังไง

การวิเคราะห์แนวรับแนวต้าน สามารถนำไปปรับใช้เป็นเทคนิคสำหรับการลงทุนของนักลงทุนได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

1.เทคนิค High และ Low 

เป็นเทคนิคหาจุดที่ราคาสวิงขึ้นไปสูงสุดและต่ำสุดเพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนหรือขายเพื่อทำกำไรโดย

High หรือ สวิง High หมายถึง กราฟราคาที่เคลื่อนที่สูงสุดภายหลังจากการเคลื่อนไหว  ก่อนที่จะตกลงไป ต่ำกว่าเดิม จังหวะนี้นักลงทุนจะหาจังหวะกลับตัวลงของกราฟ

Low หรือ สวิง Low หมายถึง การเคลื่อนไหวของราคาที่ลดลงภายใต้แนวโน้มขาขึ้น ราคาหุ้นสวิง Low มาที่แนวรับ และเป็นจุดที่มีการก่อตัวขึ้นก่อนที่จะมีแนวโน้มราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง

คลิกอ่านเพิ่มเติม : แนะนำ 10 หุ้น ที่มีสภาพคล่องทางการเงินสูง หนี้สินต่ำ น่าลงทุน จะมีตัวไหนบ้างมาดูกัน

2.รับกลายเป็นต้าน ต้านกลายเป็นรับ

เป็นอีกเทคนิคที่นักลงทุนใช้วิเคราะห์การลงทุน คือ เมื่อ แนวรับ ถูกทำลาย จะสามารถนำมาใช้เป็น แนวต้าน ในอนาคต และในทางตรงกันข้าม เมื่อแนวต้านถูกทำลาย สามารถนำมาใช้เป็นแนวรับในอนาคตได้เช่นเดียวกัน

3.เทคนิคการดูกรอบการแกว่งตัว

กรอบการแกว่งตัว หรือ Trading Range คือช่วงราคาหุ้นที่แกว่งตัวอยู่ในกรอบคู่ขนานใช้บ่งชี้แนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน ซึ่งเมื่อเกิดราคาทะลุกรอบบนหรือแนวต้านก็หมายความว่า แรงซื้อชนะ ส่วนถ้าราคาทะลุกรอบล่างแนวรับก็หมายความว่า แรงขายชนะ

สำหรับการลงทุนแบบเทคนิคอล การดูกราฟแนวรับแนวต้านถือเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงและการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ผิดพลาดจนอาจทำให้เป้าหมายที่วางไว้ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ

SHARE
54
SHARES