เครดิตการค้าคืออะไร ? ทำไมต้องให้เครดิตลูกค้า? ลูกหนี้ไม่จ่ายเงินทำยังไง? … ที่นี่มีคำตอบ

by Donlaya C.
August 21st, 2018 • 5 minutes to read

เครดิตการค้า

เครดิตการค้า น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ใหม่นักในการทำธุรกิจ เพราะการมีเครดิตการค้าเป็นหนึ่งในวิธีดึงดูดคู่ค้าให้สนใจในการเลือกซื้อสินค้าและบริการจากเราได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธเพิ่มรายได้ให้แก่กิจการ  

เครดิตการค้า นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ขายได้แล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อในการหมุนเวียนเงินในธุรกิจระหว่างรอขายสินค้าและบริการก่อนได้อีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือผู้ซื้อสามารถนำสินค้าไปวางขายก่อนและเมื่อได้เงินจากการขาย ก็จึงนำมาชำระคืนแก่ผู้ขายภายใต้เครดิตการค้าที่ได้รับ

เครดิตการค้าคืออะไร?

เครดิตการค้าหรือ Trade Credit คือ สินเชื่อระยะสั้น ที่ผู้ขายตกลงให้เครดิตแก่ผู้ซื้อ และมีการกำหนดเงื่อนไขในการชำระเงินตามวันเวลาที่ตกลงกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเครดิตการค้าจะบันทึกในบัญชีของผู้ขายเป็น “ลูกหนี้การค้า” (Account Receivable) และในบัญชีของผู้ซื้อ ก็จะถูกบันทึกเป็น “เจ้าหนี้การค้า” (Account Payable) นั่นเอง

ระยะเวลาที่ผู้ซื้อตกลงกับผู้ขายในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ เรียกว่า Credit Term หรือ ระยะเวลาการใช้สินเชื่อนั่นแหละ!

สินเชื่อระยะสั้นประเภทเครดิตการค้า เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ผู้ขายจึงต้องคัดเลือกและพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่ค้าในการให้เครดิตการค้าแก่คู่ค้าแต่ละราย นโยบายการให้สินเชื่อ (เครดิต) แก่ลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อลูกค้าอาจแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ เช่น ลูกค้าใหม่, ลูกค้าที่ทำการซื้อขายกันมาแล้วมากกว่า 6 เดือน (หรือนับเป็นจำนวนครั้งในการซื้อขาย เช่น มากกว่า 20 ครั้ง) และกลุ่มลูกค้าเก่าที่มีการซื้อขายกันมามากกว่า 2 ปี เป็นต้น ซึ่งลูกค้าแต่ละกลุ่มก็จะได้รับการอนุมัติเครดิตเทอม (Credit Term) แตกต่างกันออกไป และยังต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากเอกสารอื่นๆ เช่น งบการเงิน Bank Statement หรือ ประวัติการชำระเงินย้อนหลังว่าชำระเงินล่าช้าหรือไม่ เป็นต้น

การกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อหรือ Credit Term ของแต่ละบริษัทก็จะแตกต่างกันไป โดยส่วนมากก็จะมีเครดิตเทอมที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันนั่นเอง เครดิตเทอมส่วนมากจะเริ่มตั้งแต่ 15 วัน, 30 วัน, 45 วัน, 60 วัน หรือ 90 วัน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับ ประเภทลูกค้า เก่าหรือใหม่ ตลอดจนองค์ประกอบความหน้าเชื่อถือของลูกค้าแต่ละราย เป็นต้น  

เมื่อมีการอนุมัติเครดิตการค้าให้แก่ผู้ซื้อรายใดก็ตาม บริษัทควรจัดทำแบบฟอร์มอนุมัติวงเงินเครดิตการค้าไว้ด้วย เพื่อให้พนักงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ และเพื่อใช้ยันข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ตกลงกันไว้เกี่ยวกับเครดิตการค้ากับผู้ซื้อเมื่อจำเป็น

แม่จะบอกว่า การให้เครดิตการค้าแก่ลูกค้า สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่กิจการได้ก็ตาม แต่ถ้าหากผู้ประกอบการไม่มีระบบที่ช่วยให้การบริหารลูกหนี้การค้ามีประสิทธิภาพแล้วนั้น จากรายได้ก็จะกลายเป็นหนี้เสีย ที่สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงให้กับธุรกิจได้เช่นเดียวกัน

เคล็ดลับการบริหารลูกหนี้การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

  กำหนดวงเงินบัญชีลูกหนี้โดยรวม ผู้ประกอบการอาจกำหนดว่า บริษัทควรมีลูกหนี้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินหมุนเวียนทั้งหมด เพื่อรักษาสภาพคล่องของกิจการไม่ให้มีลูกหนี้มากจนเกินไป และช่วงลดความเสี่ยงหากเกินหนี้เสียขึ้นพร้อมกันหลายๆ ราย

  ระบบบัญชีลูกหนี้ ผู้ประกอบการควรมีการวางระบบการตรวจสอบลูกหนี้เพื่อติดตาม ตรวจสอบ ออกเอกสาร และแจ้งเตือนลูกหนี้หากเลยกำหนดเวลา โดยอาจจัดทำบัญชีลูกหนี้รายตัว เพื่อความง่ายและสะดวกในการติดตามลูกหนี้เป็นรายๆ ไป

  มีการแจ้งเตือนลูกหนี้ก่อนวันครบกำหนดชำระเงินล่วงหน้า บางครั้งผู้ซื้ออาจจะนับวันผิดพลาดในการชำระหนี้ หรือหลงลืมวันครบกำหนด การมีจดหมายแจ้งเตือนการชำระหนี้ ก็จะช่วยเตือนให้ผู้ซื้อทำการชำระเงินไม่ผิดพลาด นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างนิสัยและกิจวัตรให้แก่พนักงานภายในบริษัท ให้มีการตรวจเช็คบัญชีลูกหนี้อยู่เสมอๆ ลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งภายในและภายนอก

  หากพบว่าลูกหนี้พ้นกำหนดชำระหนี้แล้ว และไม่มีท่าทีในการชำระหนี้ ให้รีบดำเนินการ หากลูกหนี้เลยกำหนดชำระเงิน ควรรีบดำเนินการขั้นต่อไปตามนโยบายของบริษัท เช่น ติดต่อลูกหนี้ไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ได้ให้ไว้อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไป อาจจะมีในบางกรณีที่ลูกหนี้ปิดกิจการและย้ายที่อยู่ ซึ่งก็จะยิ่งสร้างความยุ่งยากในหารติดตามหนี้

  นโยบายสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ก่อนถึงวันครบกำหนด การสร้างแรงจูงใจในการรีบชำระเงินถือว่าเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเองด้วย นโยบายสร้างแรงจูงใจในการชำระเงินก่อนครบกำหนดเช่น การเสนอส่วนลดให้ หากชำระเงินก่อนถึงวันครบเครดิตเทอม โดยอาจจะมีส่วนลดให้ 2% สำหรับการจากเงิน 50% ของยอดภายใน 30 วัน หรือ ส่วนลด 8% หากจ่ายเต็มจำนวนภายใน 45 วัน เป็นต้น ซึ่งนโยบายดังกล่าว นอกจากผู้ซื้อจะได้รับส่วนลดแล้ว ผู้ขายยังจะได้รับเงินซื้อสินค้าเร็วขึ้น เพิ่มสภาพคล่องให้แก่กิจการได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ทำยังไงเมื่อลูกหนี้บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ?

เมื่อพ้นเครดิตเทอมไปก็แล้ว แจ้งเตือนไปก็แล้ว แต่ลูกหนี้ก็ยังไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ตกลงกัน ควรทำยังไง?

ก่อนอื่นเลยคุณอาจจะเลือกใช้วิธีการเจรจากับลูกหนี้ก่อน ถามถึงสาเหตุในการจ่ายเงินล่าช้าครั้งนี้ เพราะในบางกรณีลูกหนี้อาจมีปัญหาเพียงช่วงสั้นๆ ก็เป็นได้ คุณอาจจะใช้วิธีต่อรองให้ลูกหนี้จ่ายเงินค่าสินค้าและบริการเพียงบางส่วนก่อน อย่างน้อยๆ คุณก็ได้เงินกลับมาบ้าง อีกทั้งการผ่อนลนให้แก่ลูกหนี้ที่ดีบางรายที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติในช่วงสั้นๆ ก็จะช่วยให้คุณไม่เสียลูกหนี้ที่ดีไปอีกด้วย

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดภาระหนี้เสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือการขอให้ลูกหนี้ชำระค่าสินค้าและบริการเป็นสินทรัพย์อย่างอื่นแทน เช่น การขอคืนสินค้าที่ลูกหนี้ยังไม่ได้ขายออกไป เป็นต้น

ถ้าเพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงมีไอเดียแล้วว่า ลูกหนี้การค้าคืออะไร? ทำไมเราต้องให้เครดิตการค้าแก่ลูกค้า? แต่รู้หรือไม่ว่า ลูกหนี้การค้าที่เรามีอยู่นั้น ถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนอีกประเภทหนึ่งอีกด้วย …

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนจากเครดิตการค้า Invoice Factoring หนึ่งแหล่งเงินทุนที่ SME ควรรู้ ” ที่นี่

 

SHARE
46
SHARES