การลงทุนแบบ VI คืออะไร มีลักษณะเป็นแบบไหน ลงทุนแล้วดีอย่างไร พร้อมบอกความเสี่ยงที่ต้องระวังให้ดี ก่อนตัดสินใจลงทุน

by Donlaya C.
June 16th, 2021 • 4 minutes to read

หุ้น VI คืออะไร 

หุ้น VI คือ หุ้นคุณค่าซึ่งเป็นหุ้นประเภทที่นักลงทุนคุณค่าเลือกเก็บไว้ในพอร์ตหุ้น VI โดย VI มาจาก Value Investment เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว เป็นหุ้นที่เน้นอัตราปันผลที่สูง 

การลงทุนหุ้นแบบ VI มีลักษณะเป็นแบบไหน 

ลักษณะของหุ้น VI ที่ทางนักลงทุนนั้นตัดสินใจลงทุน จะมีลักษณะดังนี้

  • มีพื้นฐานดีในเชิงคุณภาพ อย่างเช่น เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และ มีพื้นฐานดีในเชิงปริมาณ ได้แก่การวิเคราะห์งบการเงิน 
  • มีอัตราเงินปันผลสูงและปันผลอย่างต่อเนื่อง (High Dividend Yield)
  • มักมีผลการดำเนินงานเติบโตไม่โดดเด่น หรือหวือหวา 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : 7 เทคนิคเล่นหุ้นระยะสั้น ให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ที่นักลงทุนมือใหม่-มือเก๋าทำตามได้จริง

ทำไมคนเลือกลงทุนแบบ VI 

  • หุ้น VI เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก ไม่เน้นการลงทุนระยะสั้นๆ 
  • หุ้น VI เหมาะกับนักลงทุนที่มองหารายได้ประจำ เพราะหุ้น VI มักมีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ
  • หุ้น VI เหมาะกับการลงทุนในระยะยาวๆ 

ข้อดีของการลงทุนหุ้น VI มีอะไรบ้าง

  • หุ้น VI มีความเสี่ยงต่ำ ความมั่นคงสูง
  • มีรายได้หรือ Passive Income จากเงินปันผล
  • การเล่นหุ้น VI ทำให้ไม่ต้องคอยเฝ้าตลาด แต่ต้องมีการทบทวนหุ้นอยู่อย่างสม่ำเสมอว่ามีสถานการณ์ใดๆ ที่ทำให้พื้นฐานหุ้นเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร
  • ลักษณะเด่นของหุ้น VI คือ แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ต่อเนื่อง ซึ่งก็หมายถึงมูลค่าหุ้นที่จะสูงขึ้นตามนั่นเองในอนาคต
  • มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ข้อดี-ข้อเสียของการถือหุ้นระยะยาว มีอะไรบ้าง ใครคิดจะลงทุนในระยะยาวควรอ่านมากๆ

หุ้น VI มีตัวไหนบ้าง

1.EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป 

เป็นบริษัทที่ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หุ้นพื้นฐานดีที่เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี ไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังซบเซา   

2.CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 

ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี หุ้นพื้นฐานดีที่มีความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในธุรกิจนั้นๆ มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น หุ้น  

3.หุ้น LH บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 

ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ P/E Ratio ยังไม่สูง แต่เมื่อประเมินทางปัจจัยพื้นฐานแล้วพบว่าธุรกิจมีอนาคต และผลการดำเนินงานจะเติบโตขึ้น

4.หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ 

ผู้ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ ให้บริการทางการเงินครบวงจรแก่ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ sme และกลุ่มลูกค้ารายบุคคล มีสาขาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศและมีเครือข่ายในต่างประเทศครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญของโลก 

5.หุ้น KBANK ธนาคารกสิกรไทย 

อีกหนึ่งผู้ให้บริการธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่แข็งแกร่งในไทย ให้บริการทางการเงินครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศและมีกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่พื้นฐานดี ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ P/E Ratio ยังไม่สูง  

นักลงทุนหุ้นสาย VI มีความเสี่ยงอะไรบ้าง 

  • ประเมินคุณภาพหุ้นผิด เช่น คิดว่าหุ้นดังกล่าวจะเติบโต แต่กลับตรงกันข้าม 
  • ไม่มีการทบทวนหุ้น VI ที่เลือกถือ ซึ่งสถานการณ์ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปที่ส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
  • เลือกซื้อหุ้นกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ไม่มีแผนสำรองหากสถานการณ์เปลี่ยนไป เช่น มีธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการอื่นๆ เข้ามา Disrupt ธุรกิจที่ลงทุนอยู่

อย่าลืมว่าหุ้น VI เป็นหุ้นที่เหมาะกับการถือลงทุนในระยะยาว จริงอยู่ที่การลงทุนแบบ VI ไม่จำเป็นต้องเฝ้าตลาดเหมือนกับการเล่นหุ้นระยะสั้นๆ แต่นักลงทุนสาย VI ต้องหมั่นทำการบ้านและศึกษาการเลือกหุ้นให้ดีตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการประเมินคุณภาพหุ้นที่ผิดพลาดและจะทำให้คุณไม่อาจไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้ได้นั่นเอง

SHARE
54
SHARES