หุ้น IPO คืออะไร ย่อมาจากอะไร มีเงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มต้นลงทุนได้ ใครคิดจะซื้อไม่อ่านไม่ได้

by Donlaya C.
May 5th, 2021 • 6 minutes to read

หุ้น IPO ย่อมาจากอะไร

หุ้น IPO ย่อมาจากคำว่า Initial Public Offering แปลเป็นไทยก็คือ การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกนั่นเอง 

ส่วนอีกคำหนึ่งที่อาจจะเคยได้เห็นกันบ้าง คือ หุ้น PO ย่อมาจากคำว่า Public Offering คือ การเสนอขายหุ้นที่มีอยู่แล้วในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการเสนอขายเพื่อระดมทุนเพิ่มเติม ในบทความนี้ Moneywecan จะพาไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้น IPO กันให้มากขึ้นว่าคืออะไรกันแน่

หุ้น IPO คืออะไร

หุ้น IPO คือ หุ้นใหม่ที่ไม่เคยมีหรือถูกเสนอขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาก่อน โดยบริษัทที่เสนอขายหุ้น IPO ก็เพื่อมองหาแหล่งเงินทุน ที่นอกเหนือจากเงินกู้จากการขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป ที่สนใจสามารถซื้อหรือลงทุนในกิจการได้ 

การเสนอขายหุ้น IPO จะต้องทำผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่รับเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ เรียกว่า Underwriters ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และบริษัทที่เสนอขายหุ้นยังมีหน้าที่ต้องจัดทำหนังสือชี้ชวนตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้แจกจ่ายให้กับประชาชนได้ศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุนอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : หนังสือชี้ชวนการลงทุน หุ้นกู้ กองทุนรวม คืออะไร มีส่วนสรุปข้อมูลสำคัญอะไรบอกไว้บ้าง

ลักษณะของหุ้น IPO เป็นอย่างไร

  • หุ้น IPO เป็นหุ้นที่ไม่เคยมี หรือเสนอขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาก่อน
  • มีสถานะทางธุรกิจเป็น บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายไทยจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ
  • เนื่องจากหุ้น IPO เป็นหุ้นที่ยังไม่เคยมีการซื้อขายมาก่อน ทำให้มักไม่รู้ราคาตลาดที่แน่นอน
  • หุ้น IPO ยังสามารถจำแนกออกได้อีก 2 ประเภทคือ 
  1. IPO ที่ออกและเสนอขายในประเทศ (Domestic IPO)
  2. IPO ที่ออกและเสนอขายในประเทศและต่างประเทศด้วย (International Offering)
  • หุ้น IPO มีการกำหนดวันเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นวันแรกไว้ชัดเจน (1st Day Trade) 

การออกหุ้น IPO มีวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง

สำหรับเหตุผลที่บริษัทเสนอขายหุ้น IPO ก็มีหลากหลาย โดยส่วนมากมักประกอบไปด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • ออกหุ้น IPO เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนจากประชาชนทั่วไป สำหรับใช้ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เช่น เพื่อใช้เงินทุนในการขยายกิจการ 
  • ออกหุ้น IPO เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร เพราะการจะเข้าเสนอขายหุ้น IPO ต้องผ่านกระบวนการการตรวจสอบหลายขั้นตอน ก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้น IPO ได้สำเร็จ
  • ออกหุ้น IPO เพื่อสร้างชื่อเสียงของบริษัทให้เป็นที่ยอมรับ ตลอดจนสร้างความหน้าเชื่อถือ
  • ออกหุ้น IPO เพื่อการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ถือหุ้น  

ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะลงทุนในหุ้น IPO ได้

คำถามนี้ไม่สามารถตอบได้ นั่นก็เพราะการจองซื้อหุ้น IPO แต่ละครั้งจะใช้เงินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทที่เสนอขายหุ้น IPO กำหนดจำนวนการจองซื้อหุ้นขั้นต่ำไว้ที่เท่าไหร่ ที่ราคาเท่าไหร่ด้วยนั่นเอง 

ยกตัวอย่างหุ้น IPO ที่เพิ่งเข้าตลาดไป อย่างหุ้น OR หรือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ที่กำหนดขั้นต่ำของการจองซื้อหุ้นของรายย่อยไว้ที่ 300 หุ้น ในราคาหุ้นละ 18 บาท ทำให้เราสามารถใช้เงินไม่ถึงหมื่นหรือประมาณ 5,400 บาทก็สามารถซื้อหุ้น IPO ได้แล้ว 

ในขณะที่หุ้น IPO ที่กำลังจะเข้าตลาดอย่าง หุ้น TIDLOR บมจ.เงินติดล้อ กำหนดขั้นต่ำการซื้อหุ้น IPO ที่ 1,000 หุ้น ในราคา 36.50 บาท ทำให้ผู้ลงทุนที่สนใจซื้อหุ้น IPO ต้องใช้เงินลงทุนถึง 36,500 บาท ในการเป็นเจ้าของหุ้น TIDLOR 

ข้อดีของการลงทุนในหุ้น IPO มีอะไรบ้าง

  • การลงทุนในหุ้น IPO มีโอกาสทำกำไรได้สูงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
  • นักลงทุนสามารถเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนได้ เพราะหุ้น IPO เป็นหุ้นที่ถูกเสนอขายโดยบริษัทมหาชนที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้การดูแลของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์
  • ผู้ลงทุนในหุ้น IPO มักมีเวลาในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เสนอขายหุ้น ตลอดจนประเมินความสามารถในการทำกำไร และสามารถเปรียบเทียบราคาเสนอขายกับราคา ที่ผู้ลงทุนคิดว่าเหมาะสมก่อนตัดสินใจจองซื้อหุ้น IPO ได้ เนื่องจากมีวันเสนอขายและราคาที่ชัดเจนบอกไว้ล่วงหน้า 

สามารถซื้อหุ้น IPO ได้เมื่อไหร่

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนรายย่อยต้องรู้ คือ นักลงทุนรายย่อยอาจไม่มีโอกาสได้ซื้อ หุ้น IPO ของทุกๆ บริษัทมหาชน เพราะหากบริษัทเลือกขายหรือกระจายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ นักลงทุนที่ไม่ใช่ลูกค้าก็อาจไม่ได้รับสิทธิการจองซื้อหุ้น

นักลงทุนรายย่อยจะสามารถเข้าจองซื้อหุ้น IPO ได้ ต่อเมื่อเป็นการขายหรือกระจายหุ้น IPO ด้วยวิธี Small Lot First เท่านั้น โดยบริษัทผู้เสนอขายจะระบุวัน-เวลาในการจองซื้อหุ้น IPO ไว้นั่นเอง     

วิธีเลือกลงทุนในหุ้น IPO แบบที่ไม่ทำให้เจ๊ง

หุ้น IPO แม้จะมีข้อดีที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน แต่ก็มีความเสี่ยงสูงหากไม่ทำการศึกษาให้ดี ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจจองซื้อหุ้น IPO ควรพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอ

1.ก่อนลงทุนหุ้น IPO ต้องอ่านดูข้อมูลจากดูหนังสือชี้ชวนให้ครบถ้วน

2.พิจารณาไปถึงอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ว่ามีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตหรือไม่

3.พิจารณาถึงความสามารถในการแข่งขันของบริษัท 

4.พิจารณาวัตถุประสงค์ในการระดมทุน เพื่อประเมินโอกาส และความเสี่ยงในอนาคตข้างหน้าได้ 

5.วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

ถือครองหุ้น IPO นานเท่าไหร่ ถึงจะได้กำไร

แน่นอนว่าหุ้น IPO ที่เสนอเข้ามาซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ แต่ละตัวมีโครงสร้าง รูปแบบธุรกิจ  และอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงไม่สามารถบอกได้ว่าต้องถือหุ้น IPO นานเท่าไหร่จึงจะทำกำไรได้ 

และแม้ว่าหุ้น IPO ส่วนใหญ่จะขึ้นชื่อในเรื่องของการทำกำไรได้รวดเร็ว และรุนแรงในวันแรก หรือ 1st Day Trade แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะมีปัจจัยมากมายที่นักลงทุนไม่อาจสามารถคาดเดาได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวม ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่ออุสาหกรรม ฯลฯ ฉะนั้นแล้วก่อนลงทุนในหุ้น IPO ต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีๆ อย่างถี่ถ้วนด้วยเสมอค่ะ 😊

SHARE
49
SHARES